Destiny ชะตาฟ้า ดาราลิขิต 4

posted on 21 Jan 2013 10:38 by aquatales in Fiction directory Fiction, Diary, Idea
ความเดิมตอนที่แล้ว
 
 
ดวงตาสีอำพัน กับอ้อมแขนอบอุ่นคือสิ่งสุดท้ายที่จำได้ก่อนที่สติจะดับวูบ

.
 
.
 
.
 
"องค์ชาย! เป็นอะไรหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ" ดาสึระร้องออกมาเบาๆ แตกตื่นกับร่างบางที่สลบไสลอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นนาย
 
 
แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเอ่ยตอบรับ คนกลุ่มหนึ่งก็วิ่งตรงมายังคนทั้งคู่ทันที
 
 
"เฮ้ย! พวกเจ้าน่ะ ส่งหญิงสาวคนนั้นมาซะจะดีกว่า" คำพูดที่ไร้ความกริ่งเกรงใดๆ เอ่ยออกมาจากหนึ่งในกลุ่ม คำพูดที่ทำให้องค์รักษ์หนุ่มกัดฟันกรอด กระชับดาบที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคลุมแน่น
 
 
"อย่ามาพูดจาสามหาว รู้รึไม่ว่าท่านผู้นี้เป็นผู้ใด" ตวาดก้อง หากแต่ก็ถูกหยุดไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวและเสียงเรียกชื่อเรียบๆ
 
 
"ดาสึระ..." น้ำเสียงนิ่ง หากแฝงความเด็ดขาดไว้อยู่ในทีทำให้องค์รักษ์กลับมาทีท่าสงบเสงี่ยมได้ทันตาเห็น
 
 
ดวงตาสีอำพันของรัชทายาทไม่แม้แต่จะเปรยตามองกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่ด้วยซ้ำ สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นคือภาพของร่างบางในอ้อมแขน
 
 
"เราจะกลับแล้ว...คนผู้นี้ท่าทางจะได้รับบาดเจ็บ...เราจะพากลับไปรักษา"
 
 
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" เอ่ยรับคำเบาๆ ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการเปิดเผยฐานะที่แท้จริงออกไป มือหนาที่ปกติจับดาบปกป้องผู้เป็นนายอยู่เป็นนิจเอื้อมออกไปอย่างหวังจะช่วยประคองร่างบาง ทว่าอีกฝ่ายจะช้อนร่างเล็กๆ ขึ้นไปในอ้อมแขนได้อย่างสบายๆ
 
 
"เอ่อองค์ชายมิสึรุ..."
 
 
รอยยิ้มอ่อนบางที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าอ่อนโยนถูกส่งกลับมาให้ "แค่นี้เราเองก็ทำได้นะ...ให้เราได้ออกกำลังเสียบ้างคงไม่เป็นไรหรอกดาสึระ"
 
 
องค์รักษ์หนุ่มหลุดหัวเราะเบาๆ กับพระอารมณ์ขันของนายเหนือหัว "พ่ะย่ะค่ะ ตามแต่พระประสงค์"
 
 
"เฮ้ย! ก็บอกให้ส่งตัวหญิงสาวคนนั้นมายังไงล่ะ!"
 
 
แน่นอนว่าคำพูดนี้โดนคนทั้งสองเมินอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นหัวเสียมากขึ้น และตัดสินใจทำสิ่งที่เรียกได้ว่ากลุ่มคนเลวมักจะทำกัน แต่ก็เรียกอีกอย่างได้ว่า 'โง่'
 
 
ควับ!
 
 
ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น คนทั้งหมดก็ถูกจัดการให้ลงไปนอนหมอบอยู่กับพื้นด้วยฝีมือของคนๆ เดียว
มิสึรุส่ายหน้าช้าๆ "ลงมือหนักไปหน่อยหรือเปล่าดาสึระ"
 
 
"มิได้พ่ะย่ะค่ะ คนพวกนี้คิดจะทำร้ายองค์ชาย...แค่นี้ถือว่ายังน้อยไปเสียซ้ำ" กระซิบตอบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
 
 
ถุงเงินถุงเล็กๆ ถูกยื่นให้กับคนที่ยังมีสติ "พวกท่านเอาเงินนี้ไปใช้เป็นค่ารักษาเถอะ ขอโทษด้วยที่คนของเราลงมือรุนแรง" ดวงตาสีอำพันตวัดไปมององค์รักษ์ประจำตัวเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายเงียบไว้
 
 
คนเจ็บมองร่างในชุดคลุมทั้งสองเดินหายลับไปจากสายตาแล้วจึงกับมาสำรวจถุงเงินในมืออย่างละเอียด ดวงตาเบิกกว้างกับความจริงที่ค้นพบ ผ้าแพรเนื้อดีกับเงินจำนวนไม่น้อย แต่ที่สำคัญไไปกว่านั้น...ตราประทับของราชวงศ์!!!
 
 
คุณพระ...นี่พวกเขาตาต่ำถึงขนาดเล่นงานคนของวังหลวงเชียวหรือ!!! แค่รักษาให้หัวยังติดกับบ่าได้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว...
 
.
 
.
 
.
 
ดวงตาสองคู่มองร่างบางที่นอนสลบอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาลำบากใจ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นคนบาดเจ็บที่วิ่งหนีคนพวกนั้นมาเฉยๆ หรอก...ไม่คิดเลยว่า...
 
 
"ทำยังไงดีล่ะดาสึระ...ถ้าเรียกหมอหลวงมาต้องแตกตื่นกันไปทั้งวังแน่" พึมพำเบาๆ ดวงตายังคงจับจ้องไปยังใบหู...ของจิ้งจอกที่อยู่บนศีรษะของอีกฝ่าย
 
 
"จะเรียกอนเมียวจิมาตรวจสอบเหรือไม่ฝ่าบาท" องค์รักษ์หนุ่มกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเฉกเดียวกัน เพราะเท่าที่สังเกตุ...องค์ชายดูจะเป็นห่วงคนผู้นี้...ตนนี้...อยู่ไม่น้อย ตนเองเสียอีกที่นึกเป็นห่วงในสวัสดิภาพความปลอดภัยของนายเหนือหัว เพราะหากคนผู้นี้...ตนนี้ฝื้นขึ้นมาก็ไม่รู้จะทำอะไรลงไปบ้าง...
 
 
"...อ อืม..." เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วที่ดังขึ้นเรียกความสนใจจากชายหนุ่มทั้งสองได้เป็นอย่างดี
ดวงตาสีมรกตเปิดปรือขึ้นช้าๆ สะกดสายตาของคนที่มองอยู่จนแทบลืมหายใจ
 
 
อำพันใสกระจ่าง...กับจิตวิญญาณอันแสนพิสุทธิ์...นี่เอง...สัมผัสที่ทำให้พลังในกายตื่นขึ้น...
 
 
"เจ้า...เป็นเจ้าของพลังนี่หรือ..." ทั้งๆ ที่มั่นใจว่าคนตรงหน้าคือเจ้าของจิตบริสุทธิ์ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไป
 
 
"พลัง...อะไรกัน... เราไม่ได้มีพลังอะไรทั้งนั้นล่ะ" มิสึรุส่ายหน้าช้าๆ หากไม่ละสายตาจากใบหน้าหวานของคู่สนทนาแม้แต่นิด "ว่าแต่...ท่านไม่เป็นอะไรแล้วหรือ...อาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้น่ะ"
 
 
มือเรียวยกขึ้นมาสำรวจ ก่อนเปลือกตาจะปิดลงอีกครั้งอย่างช้าๆ รวบรวมจิตและพลังในกายไปไว้ที่อุ้งมือบาง ประกายแสงสีขาวสว่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นช้าๆ พร้อมๆ กับดวงตาสีเขียวมรกตที่เปิดขึ้น รอยยิ้มหวานแต้มขึ้นบนใบหน้านวล รอยยิ้มที่ดูราวกับจะหยุดเวลาของโลกทั้งโลกได้
 
 
"...กลับมาแล้ว...พลังกลับมาแล้วจริงๆ ด้วย..." ก่อนมือบางจะยืนไปตรงหน้าองค์ชาย การกระทำที่ทำให้ดาสึระที่คอยเฝ้าระวังอยู่ลุกพรวด
 
 
เขาไม่สนแล้วว่าอีกฝ่ายจะเป็นปีศาจหรือไม่ แต่ถ้าคิดร้ายกับองค์รัชทายาทก็ต้องถูกกำจัด
แต่ก่อนที่คมดาบจะถูกชักออกจากฝัก เสียงใสๆ นั่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
 
 
"เป็นอย่างไรบ้าง...อาการปวดเมื่อยของเจ้าน่ะ"
 
 
คนถูกถามกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะลองขยับร่างกายของตนดู แล้วยิ้มออกมาบางๆ "เรารู้สึกเบาขึ้นแล้ว...ว่าแต่รู้ได้อย่างไรหรือว่าเราปวดเมื่อยร่างกายน่ะ"
 
 
"ข้าเป็นเทพนะ...ถึงจะเป็นแค่เทพปลายแถว แต่เรื่องสภาพร่างกายของมนุษย์น่ะต้องรู้ได้อยู่แล้ว..." เอ่ยตอบราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่พูดทำให้คนฟังทั้งสองตื่นตระหนกมากเพียงใด
 
 
"ท เทพงั้นหรือ!!!" เป็นองค์รักษ์หนุ่มที่หาเส้นเสียงของตนเองเจอก่อน "อย่ามาล้อเล่นน่ะ ถ้าเจ้าเป็นเทพจริงเหตุใดถึงได้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเช่นนั้นเล่า!!!"
 
 
ดวงตาสีมรกตตวัดมองด้วยสายตาคมปลาบ กระแสพลังรุนแรง เฉียบคมที่ส่งออกมาจากร่างเล็กๆ กดดันให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง
 
 
แต่ก็น่าแปลก...ที่มีเพียงองค์รักษหนุ่มที่ได้รับผลกระทบนี้เท่านั้น เพราะรัทชายาทที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กลับไม่ได้แสดงท่าทีออกมาเลยแม้แต่น้อย
 
 
ดวงตาสีอำพันมองท่าทีที่แปลกไปขององค์รักษ์ประจำตัว ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ
 
 
"เจ้าเป็นอะไรไปน่ะดาสึระ..." สิ้นเสียง กระแสกดดันที่ทำให้แม้แต่จะเอ่ยปากยังไม่อาจทำได้ก็สลายไป
 
 
"ฝ่าบาท..."
 
 
"ฝ่าบาทงั้นหรือ...มิน่าเล่า จิตของเจ้าถึงได้สูงส่งขนาดนั้น..." ขัดขึ้นเบาๆ 
 
 
มิสึรุมองหน้าอีกฝ่ายแล้วถามขึ้น
 
 
"หมายความว่ายังไงหรือ"
 
 
"ก็เจ้าน่ะเป็นเชื้อพระวงศ์...ที่เชื่อกันว่ามีสายเลือดของเทพใหลเวียนอยู่ เพราะจิตวิญญาณที่ใกล้เคียงกับเผ่าพันธุ์ของข้า เพราะแบบนั้นเจ้าถึงทำให้พลังของข้ากลับคืนมาได้เช่นนี้ไงล่ะ"
 
 
คนเป็นองค์ชายพยักหน้ารับอย่างคนเข้าใจอะไรได้ง่าย "แล้วจะให้เราเรียกท่านว่าอย่างไร"
 
 
ดวงตาสีมรกตจ้องมองอีกฝ่ายอยู่ซักพัก ก่อนเสียงหวานจะดังขึ้นอีกครั้ง
 
 
"เอมเมอรัล...เรียกข้าว่าเอมเมอรัลก็ได้..."
 

Comment

Comment:

Tweet

อ๋าย!ในที่สุดคู่นี้ก็ได้เจอกันซักที ตอนแรกก็นึกว่าเป็นแค่ภูตจิ้งจอกแต่ที่ไหนได้เอมเมรัลคุงก็เป็นเทพเหรอเนี่ยะwink
หวา...อยากอ่านของอีกคู่จังconfused smile

#1 By loss on 2013-01-22 19:37