Destiny ชะตาฟ้า ดาราลิขิต 5

posted on 05 Feb 2013 23:54 by aquatales in Fiction directory Fiction, Diary, Idea

ความเดิมตอนที่แล้ว

 

"เอมเมอรัล...เรียกข้าว่าเอมเมอรัลก็ได้..."

 

.

 

.

 

.

 

ดวงตาสีอ่อนทอดมองดาราบนฟ้าแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนเสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จะดึงให้สายตาของชายชราลงมาจากภาพของท้องนภาเบื้องบน

 

"ท่านชางะ องค์ชายมีพระประสงค์ให้ท่านไปเข้าเฝ้าขอรับ"

 

"องค์ชายงั้นหรือ..." เปรยเบาๆ กับตนเอง ก่อนร่างสูงจะขยับกายช้าๆ เดินตามเด็กรับใช้ไปยังสวนส่วนพระองค์อย่างไม่เร่งรีบ

 

ดวงตาสีอำพันที่ฉายประกายอบอุ่น กับรอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนพระพักตร์คือสิ่งที่ไม่ได้คาดว่าจะได้เห็น

 

"เรียกหากระหม่อมหรือฝ่าบาท" เอ่ยอย่างนอบน้อม โค้งหัวลงเป็นการแสดงความเคารพต่อเชื้อพระวงศ์ที่ประทับอยู่เบื้องหน้า

 

"เราขอโทษด้วยที่ต้องรบกวน เพียงแต่เรื่องนี้เราคิดว่าคงไม่อาจปรึกษาใครอื่นนอกท่านได้แล้วท่านชางะ"

 

"เป็นพระกรุณายิ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อสัมผัสได้ถึงเค้าไออันทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากเบื้องหลัง "องค์ชาย...เค้าไอนั่น..."

 

มิสึรุขยับยิ้มจืดเจื่อน "ท่านรู้จริงๆ ด้วยสินะท่านชางะ..."

 

"ก็ข้าบอกแล้วไม่ใช่เหรอมิสึรุ" เสียงหวานที่ดังลอดออกมาจากม่านบังตาด้านหลังองค์รัชทายาททำให้ชายชราเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ กระแสพลังบริสุทธิ์กับแรงกดดันจำนวนไม่น้อยที่ไม่น่าเป็นของมนุษย์

 

แผ่นไม้ที่ใช้กั้นไม่ให้มองเห็นหน้าของผู้ที่อยู่ด้านหลังถูกมือเล็กๆ เลิกขึ้นอย่างไม่หยี่ระ เจ้าของมือดังกล่าวอยู่ในชุดกิโมโนหรูหรา ใบหน้าสวยหวานสะกดทุกสายตาที่จ้องมองได้อย่างไม่ยากเย็น มรกตน้ำงามที่จ้องตรงมาไร้ซึ่งความหวาดเกรง และแสดงความเหนือกว่าออกมาอยู่น้อยๆ

 

"เจ้าสินะ...ที่เป็นอาจารย์ของโทยะน่ะ"

 

ชายชรานิ่งไปกับชื่อที่ไม่คาดว่าจะได้ยิน ...หรืออย่างน้อยก็ในเวลาเช่นนี้ "รู้จักลูกศิษย์ของข้าด้วยหรือ...เทพคุ้มครองแดนเหนือเอ๋ย"

 

"เทพคุ้มครองแดนเหนือที่เจ้าพูดถึงคือท่านแม่ของข้า...อนเมียวจิ" ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่คำถามที่เจ้ากรมอนเมียวเอ่ยออกมาก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยยืนยันว่าคนที่นั่งอยู่ด้านหลังมูลี่นั้นเป็นเทพจริงอย่างที่เอ่ยอ้าง

 

ชางะผงกศีรษะน้อยๆ "มีใครบ้างบนแผ่นดินนี้ที่จะไม่รู้จักเทพคุ้มครองแดนเหนือ จิ้งจอกสวรรค์ตนแรกที่ได้รับสิทธิ์ให้ขึ้นไปใช้ชีวิตร่วมกับเทพผู้ยิ่งใหญ่"

 

คำอธิบายดูจะทำให้คนฟังพึงใจอยู่ไม่น้อย "ชื่อเสียงของท่านแม่โด่งดังแม้กระทั่งในโลกมนุษย์จริงอย่างที่ท่านพ่อพูด..." พึมพำเบาๆ กับตนเอง ก่อนดวงตาสีมรกตจะเบือนมาสบกับดวงตาสีอ่อนจางของชายชราอีกครั้ง "และใช่...ข้ารู้จักโทยะ... เพราะโทยะเป็นคนเดียวที่มีพลังมากพอที่จะช่วยข้าฟื้นพลัง" เหลือบมององค์ชายที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ แล้วเสริมขึ้นช้าๆ "นอกเหนือไปจากมิสึรุที่มีจิตวิญญาณที่ใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าจนปลุกพลังที่หลับใหลในกายของข้าได้"

 

อนเมียวจิชราเบิกตากว้าง รู้อยู่แต่แรกว่าเลือกที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเชื้อพระวงศ์มีความใกล้เคียงกับเหล่าเทพมากที่สุด หากแต่ไม่เคยคาดคิด...ว่าจะมากขนาดฟื้นหลังของเทพที่ต้องหลบซ่อน เร้นกายจากเหล่าอมนุษย์ที่ตามล่าพลังของเทพที่ยังไม่แข็งกล้าเช่นนี้ได้

 

"เอมเมอรัล...โทยะที่เจ้าพูดถึงคือบุตรชายของเสนาบดีฝ่ายขวาหรือ?" รัชทายาทหันไปสนทนากับเทพจิ้งจอกในชุดแต่งกายของสตรีอย่างสนิทสนม

 

ภาพที่ทำให้คนมองถอนหายใจเฮือก...ถ้าผู้อื่นมาเห็นคงนึกว่าคนทั้งสองเป็นคู่รักกันอย่างแน่นอน...

 

"องค์ชาย..." องค์รักษ์หนุ่มที่นิ่งเงียบมานานเห็นจะเป็นอีกคนที่คิดเช่นเดียวกัน และเป็นคนที่อดทนมองภาพความสนิทสนมตรงหน้าต่อไปไม่ไหว

 

"มีอะไรหรือดาสึระ" รอยยิ้มบางๆ ราวกับไม่รับรู้สิ่งใดของนายเหนือหัวทำเอาชายหนุ่มนึกอย่างเอาหัวโขกกำแพงแรงๆ

 

"กระหม่อมว่าเห็นจะไม่เหมาะ...ถ้าผู้อื่นมาเห็นพระองค์สนทนาอย่างสนิทสนมกับ...ท่านเอมเมอรัลในชุด...เช่นนี้...อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดเอาได้นะพ่ะย่ะค่ะ"

 

ดวงตาสีอำพันกระพริบตา ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นอย่างงุนงง "เราไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูด"

 

เช่นเดียวกับร่างบางที่นั่งเอียงคอน้อยๆ ไม่ใคร่เข้าใจกับคำพูดดังกล่าวเช่นกัน

 

และเป็นอนเมียวจิชราที่เป็นผู้ไขข้อข้องใจให้กับคนทั้งสอง

 

"ข้าคิดว่าท่านราชองค์รักษ์หมายความว่าผู้อื่นจะเข้าใจว่าองค์ชายรับท่านเทพเข้ามาเป็นเอ่อ...เป็นนางในวังหลังของพระองค์น่ะพ่ะย่ะค่ะ"

 

คนเป็นองค์ชายเบิกตากว้าง ใบหน้าอ่อนเยาว์ขึ้นสีก่ำ ไม่กล้าหันไปสบตากับร่างบางที่นั่งอยู่ด้านหลัง

 

"นางในวังหลัง...อ้อ หมายถึงเป็นภรรยาของมิสึรุน่ะหรือ..." เสียงหวานเปรยเบาๆ อย่างไม่คิดอะไรมาก ผิดกับมนุษย์ทั้งสามที่มีสีหน้าแตกต่างกันออกไป ...กระดากอาย... ...ปลงตก... และปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างที่สุด...

 

"ขอข้าเสียมารยาทเล็กน้อย...แต่ท่านถือกำเนินมานานเท่าไหร่แล้วหรือท่านเทพ" ชางะเอ่ยถามเบาๆ นึกอยากยกมือขึ้นมานวดขมับที่ปวดตุบๆ ของตนขึ้นมาตงิดๆ

 

เอมเมอรัลเอียงคอ ทำท่าครุ่นคิด "ก็คงไม่กี่ร้อยปีกระมัง...ถ้าเทียบๆ แล้วข้าก็คงไม่ต่างจากมนุษย์ในช่วงสองขวบแรกเท่าไหร่นักหรอก"

 

ชายชราพึมพำอะไรเบาๆ ในลำคอที่ฟังทำนอง ...ข้าว่าแล้ว...

 

บรรยากาศกระอักกระอวนค่อยๆ ทิ้งตัวลงระหว่างคนทั้งหมด โดยที่ผู้ที่เป็นตัวการกลับไม่รู้ตัวเลยซักนิด

 

แซ่ก...

 

เสียงพุ่มไม้ขยับไหวทำให้องค์รักษ์หนุ่มตวัดสายตาไปยังต้นเสียง เช่นเดียวกับอนเมียวจิอาวุโส

 

กรร!!

 

สิ่งมีชีวิตรูปร่างหน้าตาประหลาดที่โผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหันนั้นทำให้คมดาบมันปลาบฉายประกายออกจากฝัก แต่ก่อนที่ดาบจะได้ลิ้มรสเลือดของปีศาจที่ปรากฏ เสียงทุ้มแหบพร่า หากเต็มไปด้วยพลังก็ดังก้องขึ้นจากด้านข้าง

 

"กำจัด!!"

 

สิ้นเสียง ร่างของปีศาจชั้นต่ำก็สลายไปทันที

 

ดวงตาสีอ่อนมองปีศาจที่ตนกำจัดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ผิดกับชายหนุ่มอีกสองคนที่แม้จะหน้าซีดเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์จะๆ กับตา หากแต่ถ้านับเรื่องที่ไม่ได้แตกตื่น โวยวายแล้ว ก็นับว่าคุมสติได้ไม่เลวทีเดียว

 

จะมีก็เพียงเทพที่อยู่ในร่างของมนุษย์ที่ก้มหน้าลงต่ำจนไม่อาจอ่านสีหน้าได้เท่านั้นที่ยังคงนิ่งเงียบ

 

"...น่าแปลก...เหตุใดปีศาจถึงข้ามเขตอาคมที่เหล่าอนเมียวกางไว้รอบๆ พระราชวังได้กัน..." พึมพำแผ่วเบากับตนเอง ไม่ได้คาดหวังถึงคำตอบ...หากแต่ก็ได้รับมันอย่างคาดไม่ถึง...

 

"เพราะข้าเอง..."

 

เสียงใส กับแววตาเรียบนิ่งนั้นเป็นสิ่งยืนยันที่ดูจะหนักแน่นมากกว่าอะไรทั้งหมด

 

"ที่เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเข้ามาได้...เป็นเพราะข้าเอง..."

Comment

Comment:

Tweet

เอ๋...ทำไมเอมเมอรัลถึงบอกว่าเป็นเพราะตัวเองกันล่ะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆนะ อ่ะ...หรือว่าเพราะเป็นเทพเลยเผลอทำลายเขตแดนบางส่วนของเหล่าองเมียวจิไปน่ะ
หวา...ลุ้นจังเลยเหะว่าจะเป็นเพราะอะไร

#1 By loss on 2013-02-06 20:32